ตามทัศนะของข้าพเจ้า ในการทำงานร่วมกับผู้อื่นให้เกิดประสิทธิภาพได้สูงสุดนั้น ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวผู้บริหารเอง กล่าวคือ ผู้บริหารจะต้องได้รับการยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชา การที่จะทำให้เป็นที่ยอมรับต่อผู้ใต้บังคับบัญชาได้นั้น ดังที่กล่าวไปแล้วในข้อที่ 1 คือ “ผู้บริหารต้องมีคุณธรรม” ปกครองคนด้วยระบบคุณธรรม
ผู้บริหารต้องมีความเที่ยงตรงยุติธรรม ไม่เอนเอียงเข้าข้างใคร ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก แต่การลงโทษไม่ควรเข้มงวดเด็ดขาดเสียทีเดียว ความยืดหยุ่นเป็นสิ่งสำคัญ หากทำผิดครั้งแรก หรือทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็ควรให้อภัย ว่ากล่าวตักเตือน หากจำเป็นต้องทำโทษ ก็ต้องสอบสวนหาสาเหตุแห่งการทำผิดนั้นด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสิน
ผู้บริหารต้องรักษาสัตย์วาจา การรักษาคำพูดเป็นข้อหนึ่งที่สำคัญมาก ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความเคารพนับถือจากผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างสูง ดั่งเช่น เมื่อตอนที่ขงเบ้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพสู้รบกับสุมาอี้ ในตอนนั้นเป็นช่วงที่กองทัพของขงเบ้งกำลังจะผลัดเวรสับเปลี่ยนกำลังพลกันพอดี และเป็นช่วงเดียวที่สุมาอี้กำลังจะนำกองทัพเข้ามาโจมตี แม้จะเป็นเวลาคับขัน แต่ขงเบ้งก็รักษาคำพูด ที่จะให้ทหารผลัดเปลี่ยนกำลังพลกลับบ้านเมืองทุกสามเดือน ทหารเห็นว่าข้าศึกกำลังจะบุกโจมตี แต่ผู้บัญชาการก็ยังเห็นความสำคัญของกำลังพลมากขนาดนี้ เหล่าทหารต่างซาบซึ้งและดีใจที่ผู้บังคับบัญชาเห็นความสำคัญของตน บ้านเมืองกำลังมีภัยแต่ผู้เป็นนายยังคงรักษาคำสัตย์ ส่งผลให้เหล่าทหารนั้นมีกำลังใจเข้มแข็ง และพร้อมออกไปสู้ตายถวายชีวิตให้แก่ผู้เป็นนาย ผลของการรบครั้งนั้น กองทัพของขงเบ้งมีชัยเหนือกองทัพสุมาอี้ที่มีกองกำลังทหารมากกว่าขงเบ้งหลายเท่า
ผู้บริหารต้องไม่ถือตัว และให้เกียรติให้ความสำคัญกับผู้ใต้บังคับบัญชาตามที่เห็นสมควร ดั่งเช่นเล่าปี่ เล่าปี่ผู้อ่อนน้อมถ่อมตนต่อชนทุกชั้น เล่าปี่เป็นผู้นำปกครองคนมากมาย และเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่เล่าปี่ก็ให้เกียรติและให้ความสำคัญต่อผู้ใต้บังคับบัญชา หรือบุคคลอื่นที่มีความสามารถและมีคุณธรรมอย่างเสมอต้นเสมอปลาย กระทั่งเล่าปี่ขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาก็ยังให้เกียรติและอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้มีความสามารถเสมอ จากที่ไม่มีอะไรเลย จนได้กลายเป็นผู้ปกครองแคว้น ก็เพราะคุณธรรมของเขา ทำให้ราษฎรเคารพยกย่องและยอมรับให้เป็นกษัตริย์
ผู้บริหารต้องมีความจริงใจ มีความเมตตา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา คือเมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดปัญหา ผู้บริหารจะต้องไม่คิดว่าตนคือหัวหน้า แต่จะคิดว่าตนคือผู้ที่เกิดปัญหานั้น และถ้าเป็นเราเมื่ออยู่ในสภาพแบบนั้นแล้วเราจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร นี่คือการทำความเข้าใจสภาพ ปัญหาของผู้ใต้บังคับบัญชาในขั้นแรก เมื่อเข้าใจแล้ว จากนั้นจึงช่วยหาทางแก้ไข สิ่งที่กล่าวมานี้คือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา
“ข้าพเจ้าจะยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในช่วงเวลานี้เลยก็คือ การที่ชาวบ้านจากต่างจังหวัดชุมนุมกดดันรัฐบาล”
คนในเมืองใหญ่หลายคนมักจะคิดว่า มันจะมาชุมนุมกันทำไม ปิดถนนการจราจรติดขัดทำให้คนกรุงเทพฯเดือดร้อน แต่หากคิดอีกมุมหนึ่ง ที่เขามาก็เพราะว่าเขาเดือดร้อน เกษตรกร ชาวบ้านต่างจังหวัด มักถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนรวย คนมีอำนาจ และชาวบ้านส่วนใหญ่มีฐานะยากจน พอสมัยที่คุณทักษิณเป็นนายกฯ ชาวบ้านได้รับการช่วยเหลือ เกิดกลายเป็นบุญคุณ และชาวบ้านมีความหวังว่า หากคุณทักษิณได้เป็นนายกฯอีกครั้งจะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ คนในเมืองส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีฐานะดี ถึงบางคนจะไม่รวยแต่อย่างน้อยก็ไม่ลำบากและถูกกดขี่เหมือนชาวบ้านต่างจังหวัด คนในเมืองจึงไม่ทราบหรอกว่า ความเป็นอยู่ของคนรากหญ้านั้นมันลำบากแค่ไหน ปัญหาแบบนี้ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ นั่นก็เพราะนักการเมืองเห็นแก่ตัว นโยบายที่ออกมา ความช่วยเหลือจากส่วนกลาง ไม่เคยได้ถึงชาวบ้านอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มีการคอรัปชั่น ฉ้อราษฎ์บังหลวง จึงทำให้เกิดปัญหาสะสมพอกพูนมาจนถึงปัจจุบัน ข้าพเจ้าเห็นว่าชาวบ้านเขาไม่ผิดที่เขามาชุมนุม แต่คนผิดคือนักการเมือง นักการเมืองที่ใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือทางการเมือง และที่ผิดอีกประการคือ ระบบการเมืองไม่โปร่งใส ไม่ว่าจะฝ่ายเหลืองหรือแดง จึงทำให้ประชาชนแต่ละฝ่ายต่างเกิดความสงสัยว่าเลือกปฏิบัติหรือเปล่า พอฝ่ายหนึ่งมาเป็นรัฐบาลอีกฝ่ายโดนเร่งดำเนินคดีทันที แต่พวกที่สนับสนุนที่เคยทำผิดกลับไม่ถูกดำเนินคดี แล้วแบบนี้มันจะไม่ทำให้เกิดเงื่อนไขได้อย่างไร ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่โปร่งใส ตัวข้าพเจ้าเองไม่ฝักฝ่ายฝ่ายใดอยู่แล้ว หากพฤติกรรมบ่งบอกว่าไร้ซึ่งคุณธรรม ข้าพเจ้าจะหมดความเคารพศรัทธาไปในทันที โดยเฉพาะพวกปากอย่างใจอย่าง บอกว่ารักชาติ ทำเพื่อชาติ ก็รู้ทั้งรู้ว่าประชาชนกำลังแตกแยก แล้วจะวิดีโอลิ้งค์มาทำไมไม่ทราบ คนรักชาติจริงเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก แล้วก็พวกแกนนำที่ปิดสนามบินคราวที่แล้วอีก บอกว่าจบเรื่องแล้วจะมอบตัว จนบัดนี้ยังไม่มีใครถูกดำเนินคดีสักคน ข้าพเจ้าไม่สนหรอกว่าใครจะฝ่ายไหน แต่หากกระทำความผิดต้องได้รับโทษเท่าเทียมกัน ไม่ใช่เลือกปฏิบัติเช่นนี้ แล้วแบบนี้ความยุติธรรมจะยังมีอีกหรือ คนผิดคือนักการเมืองที่เห็นแก่ตัว ทำให้ประชาชนแตกแยก
ถึงแม้ว่าคุณทักษิณจะเป็นคนแบบนั้น แต่ข้าพเจ้าก็ยอมรับว่าเขาเป็นคนที่ฉลาดและเก่งมากทีเดียว เป็นตัวอย่างที่ดีในการดึงมวลชน เขาเก่งมากที่สามารถทำให้ชาวบ้านระดับรากหญ้า มีความเชื่อถือ เคารพศรัทธาในตัวเขาได้ ซึ่งคนกลุ่มนี้ถือได้ว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ดังที่เราเห็นกันอยู่ว่า ถึงเขาจะทำผิดอะไรก็ตาม แต่ชาวบ้านก็ยังคงรัก เชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเขาเสมอ ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไปแล้วว่า ในการบริหารการซื้อใจคนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชายอมรับนับถือในตัวเราและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อองค์กรด้วยความซื่อสัตย์ จงรักภักดีจนกว่าชีวิตจะหาไม่
สรุป การบริหารเป็นการทำงานกับคน ความพึงพอใจของคนเป็นสิ่งสำคัญ ขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อผู้ใต้บังคับบัญชา คนไม่ใช่เครื่องจักร คนมีเลือดเนื้อมีชีวิตจิตใจ การบริหารจะมุ่งเน้นแต่ผลผลิตและผลกำไรแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ ความศรัทธา ความซื่อสัตย์ จงรักภักดีจากใจจริงของผู้ใต้บังคับบัญชาคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรพัฒนาเจริญก้าวหน้าสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด
ทฤษฎีที่ใช้ในการบริหารไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่จะเข้ามาเผชิญกับองค์กรของเรา ประสบการณ์ ไหวพริบ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ผู้บริหารที่ดีควรมีคุณสมบัติเหล่านี้อยู่ในตัว ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆไปได้ด้วยดี ทฤษฎีหลักที่ควรจะนำไปใช้คือ ทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงพฤติกรรม ทฤษฎีนี้เป็นทฤษฎีที่พัฒนามาจาก ทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงวิทยาศาสตร์ และ ทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงมนุษยสัมพันธ์ ซึ่งทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงวิทยาศาสตร์ จะมุ่งเน้นไปที่งานเป็นสำคัญ ส่วนทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงมนุษยสัมพันธ์ จะมุ่งเน้นไปที่คนเป็นสำคัญ แต่ทฤษฎีบริหารองค์การเชิงพฤติกรรม จะเป็นการพัฒนาที่รวมเอาทฤษฎีทั้งสองนี้มารวมเข้าด้วยกัน ซึ่งตามทัศนะของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงพฤติกรรมน่าจะดีที่สุด เพราะเป็นทฤษฎีที่เป็นเหตุเป็นผล และไม่มุ่งเน้นการบริหารไปที่ด้านใดด้านหนึ่ง การทำงานร่วมกับคนจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับคนเทียบเท่าหรือมากกว่าผลงาน ด้วยเหตุผลที่ว่า องค์กรจะดำเนินการสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคนเป็นสำคัญ.
วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553
1.รูปแบบการบริหารการศึกษาในทัศนะของข้าพเจ้า
ตามทัศนะของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าการบริหารเพื่อที่จะทำให้โรงเรียนได้คุณภาพตามหลักวิชาการนั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อนเป็นอันดับแรกก็คือ “คน” คนในที่นี้หมายถึงบุคลากรทุกคนในโรงเรียน ตั้งแต่ผู้บริหาร ครู อาจารย์ทุกระดับทุกฝ่าย รวมไปถึงนักเรียน ซึ่งจะเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต ทำไมถึงให้ความสำคัญกับคนก่อนเป็นอันดับแรก นั่นก็เพราะว่า การที่จะนำพาให้องค์กรไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายได้นั้น ไม่สามารถที่จะกระทำได้ด้วยผู้บริหารเพียงคนเดียว แม้ว่าผู้บริหารจะมีความรู้ความสามารถมากมายเท่าใดก็ไร้ประโยชน์ ถ้าปราศจากความร่วมมือร่วมใจจากผู้ใต้บังคับบัญชา ในปัจจุบันการศึกษาเริ่มแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นธุรกิจ เมื่อกล่าวถึง “ธุรกิจ” นั่นหมายความว่า ย่อมมีเรื่องราวของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษาเกิดการแข่งขันกันในทุกๆด้าน แต่ละสถาบันต่างใช้
กลยุทธ วิธีการต่างๆนานาๆ เพื่อที่จะทำให้สำเร็จได้ตามเป้าหมายขององค์กร การทำธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงก็เปรียบเสมือนการทำสงคราม ซึ่งบางครั้งต้องใช้ประสบการณ์ ไหวพริบ การวางแผน การใช้ยุทธวิธี บางครั้งก็ต้องใช้เล่ห์กลอุบายเพื่อตบตาหรือหลอกล่อข้าศึก ในอนาคตมีแนวโน้มสูงมากที่สถาบันการศึกษาจะเป็นไปดั่งที่ข้าพเจ้าคาดการณ์ เพราะในปัจจุบันก็เริ่มมีให้เห็นกันอยู่ แต่การแข่งขันก็ยังไม่ถึงขั้นรุนแรงดุเดือดมากนัก สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ใหญ่มากเมื่อมีคำว่าธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นก็เพราะว่าธุรกิจจะทำให้ผู้บริหาร ครู อาจารย์ ค่อยๆถูกกลืนกินไปกับลัทธิวัตถุนิยม จนทำให้บุคคลเหล่านั้นขาดจรรยาบรรณในวิชาชีพ และจะหันไปมุ่งเน้นผลกำไรแต่เพียงอย่างเดียว ผลผลิตที่ได้ออกมาอาจจะเป็นบุคคลที่เก่ง และมีความสามารถทางวิชาการสูง แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงเช่นกันที่บุคคลนั้นจะมีคุณธรรมจริยธรรมต่ำ ครู อาจารย์คือแม่พิมพ์ของชาติ ถ้าพฤติกรรมแม่พิมพ์ของชาติเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าลูกศิษย์จะค่อยๆซึมซับเอาพฤติกรรมเหล่านั้นไปโดยไม่รู้ตัว บุคคลที่มีความสามารถสูง แต่ไร้ซึ่งคุณธรรมจริยธรรมแล้วนั้น จะเป็นต้นเหตุที่ทำให้สังคมและประเทศชาติเกิดความวุ่นวาย อาจทำให้ประเทศชาติก้าวไปสู่หายนะจนถึงขั้นแตกแยกหรือสิ้นชาติเลยก็เป็นได้ ตัวอย่างมีให้เห็นกันอยู่ตามสื่อต่างๆ จะเห็นได้ว่าบุคคลที่มีความสามารถสูงเหล่านั้นกำลังทำให้ประเทศชาติเกิดความแตกแยก นั่นเพราะว่าบุคคลเหล่านั้นขาดคุณธรรมจริยธรรมที่ควรมี
“คนฉลาดแต่ขาดคุณธรรม คือบุคคลที่อันตรายที่สุดในสังคม”
ด้วยหน้าที่และจรรยาบรรณในวิชาชีพแล้ว ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา อบรม สั่งสอนเยาวชนของชาติ บุคคลเหล่านั้นจักต้องมีคุณธรรมที่สูงมากเป็นพิเศษ และต้องตระหนักถึงสถานะของตนอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ไม่เว้นแม้ในยามหลับหรือในยามตื่น ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถที่จะไปบังคับหรือกำหนดกฏเกณฑ์เรื่องเหล่านี้ให้ผู้ใดได้เลย สิ่งเหล่านี้มันอยู่ที่จิตสำนึก ความรับผิดชอบในหน้าที่ของแต่ละบุคคล สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ขั้นตอนการบริหารที่จะทำให้โรงเรียนได้
คุณภาพตามหลักวิชาการนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปนัก แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่านั่นคือ การบริหารคน ความแตกต่างในความสามารถของแต่ละบุคคลนั้น ย่อมจะช่วยนำพาให้องค์กรประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ดังนั้นการรู้จักใช้คนนั่นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการบริหาร
ด้วยเหตุนี้ ในการพิจารณาคัดเลือกรับบุคคลกรเข้ามา ข้าพเจ้าจะคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถในระดับหนึ่ง หรืออาจจะเป็นผู้ที่มีความสามารถสูงก็ได้ แต่ต้องมีคุณธรรมสูงด้วยเป็นสำคัญ หากเป็นผู้ที่มีความสามารถสูงแต่ขาดคุณธรรมก็จะไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา ข้าพเจ้าเชื่อว่า ความรู้ความสามารถทางวิชาการ สามารถพัฒนาได้ไม่มีที่สิ้นสุด แม้ว่าเราจะมีอายุมากขึ้นก็ตาม แต่คนที่ไร้คุณธรรม มันจะติดตัวเป็นสันดานไปตลอดชีวิต และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อบุคคลนั้นมีอำนาจมากขึ้น การประเมินคุณธรรมอาจใช้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง อาจใช้เวลา 2-3 เดือน จากการสังเกตุ การทำแบบทดสอบ การสัมภาษณ์ ฯลฯ หากผ่านเกณฑ์การประเมิน ก็จะได้รับการบรรจุเป็นครู อาจารย์ หรือพนักงานประจำ เมื่อบุคลากรผ่านการประเมินคุณธรรมและได้รับการบรรจุเป็นบุคลากรประจำแล้ว บุคลากรจะได้รับสวัสดิการต่างๆที่ควรมีตามสิทธิตามกฏหมายที่กำหนด
ในการบริหารปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาจะใช้หลักคุณธรรมในการปกครอง ผู้บริหารก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความยอมรับนับถือ นั่นคือ ผู้บริหารต้องเป็นคนเที่ยงตรง ยุติธรรม รักษาสัตย์วาจา มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัวในการปกครอง รู้จักแยกแยะเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานออกจากกัน มีความจริงใจต่อผู้ใต้บังคับบัญชา มีความเป็นกันเองต่อผู้ใต้บังคับบัญชา คือไม่ถือตัว และเห็นความสำคัญของผู้ใต้บังคับบัญชา เช่นนี้แล้ว ผู้ใต้บังคับบัญชาจะเกิดความเคารพและความเกรงใจต่อเราเองโดยที่ไม่ต้องใช้วิธีการที่จะทำให้เขาต้องจำใจยอมรับในตัวเรา การปกครองคน การซื้อใจเป็นสิ่งสำคัญเสียยิ่งกว่าการจูงใจด้วยเงิน เงินแม้จะซื้อได้ทุกอย่าง แต่ก็มีข้อยกเว้นบางอย่างที่เงินไม่อาจจะซื้อได้ หนึ่งในนั้นก็คือ ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ จงรักภักดีอย่างแท้จริง ที่เงินไม่อาจซื้อได้ เพราะฉนั้น การจูงใจด้วยเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่รองลงไป เมื่อได้ใจของผู้ใต้บังคับบัญชามาแล้วก็เหมือนกับเพิ่มมือเพิ่มเท้าให้เรามากขึ้นทวีคูณ
ขั้นต่อไป ต้องหาที่ปรึกษามาไว้ข้างกาย ยกตัวอย่างเรื่องสามก๊ก เล่าปี่แม้จะมียอดขุนพลที่เก่งกาจอยู่ข้างกายมากมาย แต่ลำพังเล่าปี่เพียงคนเดียวก็ไม่สามารถบริหารจัดการกองทัพให้มีประสิทธิภาพได้เท่าที่ควรจะเป็น ทั้งๆที่เล่าปี่เองก็มีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม แต่เล่าปี่ก็ไม่สามารถนำพากองทัพทำการใหญ่ให้ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งต่างกับโจโฉ นั่นก็เพราะว่า ถึงแม้โจโฉจะเก่งมีสติปัญญาเป็นเลิศ และขึ้นชื่อว่า เป็นนักบริหารปกครองที่มีความสามารถมากคนหนึ่งในยุคสมัยนั้น แต่โจโฉก็ให้ความสำคัญกับคนเป็นอย่างมาก จะสังเกตุได้ว่า ข้างกายของโจโฉจะมีนักปราชญ์เก่งๆไว้เป็นที่ปรึกษาอยู่มากมาย โจโฉไม่ใส่ใจว่าปราชญ์เหล่านั้นจะมีฐานะเป็นอะไร ขอแค่มีความสามารถก็สามารถที่จะเข้ารับราชการรับใช้บ้านเมือง ได้ ซึ่งในความเป็นจริงยุคสมัยนั้นเป็นระบบศักดินา ไพร่หรือทาส ไม่มีสิทธิเข้ารับราชการได้เลย จะเห็นได้ว่าโจโฉให้ความสำคัญกับความสามารถของคนมาก เพราะโจโฉเห็นว่า แม้ตัวเขาเองจะเก่งสักเพียงใด แต่การที่มีปราชญ์ไว้คอยเป็นที่ปรึกษานั้น จะช่วยทำให้เขาได้ทราบข้อคิดเห็นและเหตุผลที่หลากหลายในการตัดสินใจ อีกทั้งยังคอยทัดทาน หากเห็นว่าความคิดเขานั้นดูไม่สมควร หรือคอยสนับสนุนเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ ซึ่งในจุดนี้เองที่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเล่าปี่ไม่สามารถเทียบกับโจโฉได้เลย จนในที่สุด เล่าปี่ได้ขงเบ้งมาเป็นที่ปรึกษา เป็นเสนาธิการกองทัพ หลังจากนั้นกองทัพของเล่าปี่ก็เข้มแข็งเกรียงไกร ทำการศึกครั้งใดก็ได้ชัยชนะกลับมา แม้ว่าขณะนั้นกองทัพของเล่าปี่จะมีกองกำลังทหารไม่กี่พันคน แต่ด้วยสติปัญญาของขงเบ้ง ทำให้เล่าปี่ชนะกองทัพของโจโฉซึ่งมีกำลังทหารถึง 1 ล้านคนลงได้อย่างราบคาบ สรุปได้ว่า ความคิดของเราที่คิดว่าดีแล้ว อาจมีความคิดคนอื่นที่ดีกว่าก็ได้
เมื่อได้ที่ปรึกษาแล้ว คราวนี้ก็เหมือนเสือติดปีก ที่พร้อมจะบินได้ทุกเมื่อ ในการพัฒนาคนนั้น เมื่อได้บุคลากรที่คัดเลือกมาแล้ว ก็ต้องมีการอบรมทางวิชาการเพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มศักยภาพความสามารถให้กับบุคลากร อาจจัดการอบรมสัมนา ไปดูงานที่ต่างโรงเรียน ต่างจัดหวัด หรือต่างประเทศ จัดการประเมินความสามารถอยู่เป็นระยะ ทั้งทางด้านวิชาการ และคุณธรรมจริยธรรมของบุคลากร รวมไปถึงการประเมินการสอนทุกๆสัปดาห์ หรือทุกๆเดือน
บรรยากาศภายในโรงเรียนก็มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของบุคลากร และการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นอย่างมาก การจัดตกแต่งอาคารสถานที่ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ บรรยากาศที่อบอุ่นเหมือนครอบครัวเป็นสิ่งที่ควรทำให้ได้เป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้บุคลากรและนักเรียนรู้สึกอบอุ่น สบายใจ เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ และมีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี ส่งผลให้บุคลากรทำงานและนักเรียนศึกษาเล่าเรียนอย่างมีความสุข
นักเรียนคือผลผลิตที่จะออกไปเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต เพราะฉนั้น นอกจากความรู้ความสามารถทางวิชาการที่ถ่ายทอดให้แก่นักเรียนแล้ว การอบรมบ่มนิสัยให้นักเรียนเป็นคนดีมีคุณธรรมก็เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก ในการเรียนการสอนก็จะมีการสอดแทรกคุณธรรมอยู่ในทุกๆรายวิชา และจะมีการประเมินคุณธรรมอยู่เป็นระยะๆ ในการสอบเลื่อนชั้นเรียน หากไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณธรรม ก็จะต้องเข้าร่วมกิจกรรม เข้าค่ายพิเศษ เพื่อละลายพฤติกรรมและพัฒนาตนเอง และนักเรียนปีสุดท้ายที่จะสำเร็จการศึกษา หากไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณธรรม ก็ไม่สามารถที่จะจบได้ แม้ว่าผลการเรียนจะได้เกียรตินิยมก็ตาม
การจัดการเรียนรู้ นวัตกรรมใหม่ๆ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ มาจัดการเรียนการสอนเพื่อให้บุคลากรและนักเรียนทันต่อโลกในยุคโลกาภิวัฒน์อยู่ตลอดเวลาเป็นสิ่งจำเป็น เทคโนโลยียังช่วยให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น และยังช่วยกระตุ้นให้บุคลากรหรือนักเรียน เกิดการตื่นตัวอยู่เสมอในการที่จะพัฒนาตนเอง ตัวผู้บริหารเองก็เช่นกัน ผู้บริหารที่ดีจะไม่อยุดนิ่ง ต้องค้นคว้า ไขว่คว้า ศึกษาเพิ่มเติมในทุกๆศาสตร์เท่าที่จะทำได้ ผู้บริหารต้องกว้างขวาง มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี รู้จักสังเกตุ มีความคิดสร้างสรรค์ พลิกแพลงสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ในการจัดการการศึกษา การบริหารในยุคสมัยใหม่ ไม่จำเป็นที่จะต้องยึดติดกับรูปแบบเดิมๆที่เคยทำมาในอดีต ความคิดสร้างสรรค์ การประยุกต์สิ่งใหม่ๆให้ทันต่อโลก มีส่วนสำคัญที่จะทำให้องค์กรพัฒนาไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด อีกทั้งยังทำให้รู้สึกถึงความแตกต่าง ท้าทาย ในการบริหารจัดการองค์กรให้ทันยุค ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ยึดติดกับรูปแบบเก่าๆ เดิมๆที่จำเจ
สรุป การทำให้โรงเรียนมีคุณภาพตามหลักวิชาการในทัศนของข้าพเจ้าดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่า ข้าพเจ้าจะเน้นที่คุณภาพของคนเป็นจุดสำคัญ คุณภาพที่ว่านี้คือ “คุณธรรม” ผู้ที่มีคุณธรรม จะมีจิตสำนึกในหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย มีความขยันหมั่นเพียร มีความกตัญญูกตเวที มีสติสัมปชัญญะ ซึ่งคุณธรรมจะคอยย้ำเตือนให้บุคคลนั้น พึงระรึกอยู่เสมอว่า ตนคือใคร มีหน้าที่อะไร ข้าพเจ้าเชื่อว่า หากทุกคนมีคุณธรรม จะทำให้ประเทศชาติสงบสุข และประเทศชาติจะพัฒนาเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนาๆประเทศได้อย่างภาคภูมิ
“บุคคลคุณภาพนั้น ใช่ว่าจะเป็นบุคคลที่เก่งกล้าสามารถทางวิชาการแต่เพียงอย่างเดียว แต่บุคคลคุณภาพ จะต้องมีคุณธรรมจริยธรรมที่สูงเสมอหรือมากกว่าความสามารถที่ตนมี จึงจะเรียกได้ว่า เป็นบุคคลที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง”
ครู อาจารย์ ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทุกคน มีหน้าที่อบรม สั่งสอน ตักเตือน ว่ากล่าว และคอยขัดเกลาจิตใจให้แก่นักเรียนที่จะก้าวไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ จิตสำนึก จรรยาบรรณ ความเสียสละ และความซื่อตรงในหน้าที่ของตนเองเป็นสิ่งสำคัญ อย่าให้คำว่าธุรกิจเข้ามาทำลายจิตสำนึกที่ดีของความเป็นครู ครูคือผู้ให้ไม่ใช่ผู้กอบโกย ครูไม่ใช่นักธุรกิจ นักเรียนซึ่งเป็นอนาคตของชาติจะเป็นคนดีมีคุณภาพได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับครู และผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทุกๆท่าน ว่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เยาวชนเหล่านั้นได้หรือไม่
“อย่าคาดหวังว่าเยาวชนจะเป็นอย่างที่ท่านต้องการ ถ้าหากว่าตัวท่านเองยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เยาวชนไม่ได้”
กลยุทธ วิธีการต่างๆนานาๆ เพื่อที่จะทำให้สำเร็จได้ตามเป้าหมายขององค์กร การทำธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงก็เปรียบเสมือนการทำสงคราม ซึ่งบางครั้งต้องใช้ประสบการณ์ ไหวพริบ การวางแผน การใช้ยุทธวิธี บางครั้งก็ต้องใช้เล่ห์กลอุบายเพื่อตบตาหรือหลอกล่อข้าศึก ในอนาคตมีแนวโน้มสูงมากที่สถาบันการศึกษาจะเป็นไปดั่งที่ข้าพเจ้าคาดการณ์ เพราะในปัจจุบันก็เริ่มมีให้เห็นกันอยู่ แต่การแข่งขันก็ยังไม่ถึงขั้นรุนแรงดุเดือดมากนัก สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ใหญ่มากเมื่อมีคำว่าธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นก็เพราะว่าธุรกิจจะทำให้ผู้บริหาร ครู อาจารย์ ค่อยๆถูกกลืนกินไปกับลัทธิวัตถุนิยม จนทำให้บุคคลเหล่านั้นขาดจรรยาบรรณในวิชาชีพ และจะหันไปมุ่งเน้นผลกำไรแต่เพียงอย่างเดียว ผลผลิตที่ได้ออกมาอาจจะเป็นบุคคลที่เก่ง และมีความสามารถทางวิชาการสูง แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงเช่นกันที่บุคคลนั้นจะมีคุณธรรมจริยธรรมต่ำ ครู อาจารย์คือแม่พิมพ์ของชาติ ถ้าพฤติกรรมแม่พิมพ์ของชาติเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าลูกศิษย์จะค่อยๆซึมซับเอาพฤติกรรมเหล่านั้นไปโดยไม่รู้ตัว บุคคลที่มีความสามารถสูง แต่ไร้ซึ่งคุณธรรมจริยธรรมแล้วนั้น จะเป็นต้นเหตุที่ทำให้สังคมและประเทศชาติเกิดความวุ่นวาย อาจทำให้ประเทศชาติก้าวไปสู่หายนะจนถึงขั้นแตกแยกหรือสิ้นชาติเลยก็เป็นได้ ตัวอย่างมีให้เห็นกันอยู่ตามสื่อต่างๆ จะเห็นได้ว่าบุคคลที่มีความสามารถสูงเหล่านั้นกำลังทำให้ประเทศชาติเกิดความแตกแยก นั่นเพราะว่าบุคคลเหล่านั้นขาดคุณธรรมจริยธรรมที่ควรมี
“คนฉลาดแต่ขาดคุณธรรม คือบุคคลที่อันตรายที่สุดในสังคม”
ด้วยหน้าที่และจรรยาบรรณในวิชาชีพแล้ว ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา อบรม สั่งสอนเยาวชนของชาติ บุคคลเหล่านั้นจักต้องมีคุณธรรมที่สูงมากเป็นพิเศษ และต้องตระหนักถึงสถานะของตนอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ไม่เว้นแม้ในยามหลับหรือในยามตื่น ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถที่จะไปบังคับหรือกำหนดกฏเกณฑ์เรื่องเหล่านี้ให้ผู้ใดได้เลย สิ่งเหล่านี้มันอยู่ที่จิตสำนึก ความรับผิดชอบในหน้าที่ของแต่ละบุคคล สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ขั้นตอนการบริหารที่จะทำให้โรงเรียนได้
คุณภาพตามหลักวิชาการนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปนัก แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่านั่นคือ การบริหารคน ความแตกต่างในความสามารถของแต่ละบุคคลนั้น ย่อมจะช่วยนำพาให้องค์กรประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ดังนั้นการรู้จักใช้คนนั่นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการบริหาร
ด้วยเหตุนี้ ในการพิจารณาคัดเลือกรับบุคคลกรเข้ามา ข้าพเจ้าจะคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถในระดับหนึ่ง หรืออาจจะเป็นผู้ที่มีความสามารถสูงก็ได้ แต่ต้องมีคุณธรรมสูงด้วยเป็นสำคัญ หากเป็นผู้ที่มีความสามารถสูงแต่ขาดคุณธรรมก็จะไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา ข้าพเจ้าเชื่อว่า ความรู้ความสามารถทางวิชาการ สามารถพัฒนาได้ไม่มีที่สิ้นสุด แม้ว่าเราจะมีอายุมากขึ้นก็ตาม แต่คนที่ไร้คุณธรรม มันจะติดตัวเป็นสันดานไปตลอดชีวิต และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อบุคคลนั้นมีอำนาจมากขึ้น การประเมินคุณธรรมอาจใช้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง อาจใช้เวลา 2-3 เดือน จากการสังเกตุ การทำแบบทดสอบ การสัมภาษณ์ ฯลฯ หากผ่านเกณฑ์การประเมิน ก็จะได้รับการบรรจุเป็นครู อาจารย์ หรือพนักงานประจำ เมื่อบุคลากรผ่านการประเมินคุณธรรมและได้รับการบรรจุเป็นบุคลากรประจำแล้ว บุคลากรจะได้รับสวัสดิการต่างๆที่ควรมีตามสิทธิตามกฏหมายที่กำหนด
ในการบริหารปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาจะใช้หลักคุณธรรมในการปกครอง ผู้บริหารก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความยอมรับนับถือ นั่นคือ ผู้บริหารต้องเป็นคนเที่ยงตรง ยุติธรรม รักษาสัตย์วาจา มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัวในการปกครอง รู้จักแยกแยะเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานออกจากกัน มีความจริงใจต่อผู้ใต้บังคับบัญชา มีความเป็นกันเองต่อผู้ใต้บังคับบัญชา คือไม่ถือตัว และเห็นความสำคัญของผู้ใต้บังคับบัญชา เช่นนี้แล้ว ผู้ใต้บังคับบัญชาจะเกิดความเคารพและความเกรงใจต่อเราเองโดยที่ไม่ต้องใช้วิธีการที่จะทำให้เขาต้องจำใจยอมรับในตัวเรา การปกครองคน การซื้อใจเป็นสิ่งสำคัญเสียยิ่งกว่าการจูงใจด้วยเงิน เงินแม้จะซื้อได้ทุกอย่าง แต่ก็มีข้อยกเว้นบางอย่างที่เงินไม่อาจจะซื้อได้ หนึ่งในนั้นก็คือ ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ จงรักภักดีอย่างแท้จริง ที่เงินไม่อาจซื้อได้ เพราะฉนั้น การจูงใจด้วยเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญที่รองลงไป เมื่อได้ใจของผู้ใต้บังคับบัญชามาแล้วก็เหมือนกับเพิ่มมือเพิ่มเท้าให้เรามากขึ้นทวีคูณ
ขั้นต่อไป ต้องหาที่ปรึกษามาไว้ข้างกาย ยกตัวอย่างเรื่องสามก๊ก เล่าปี่แม้จะมียอดขุนพลที่เก่งกาจอยู่ข้างกายมากมาย แต่ลำพังเล่าปี่เพียงคนเดียวก็ไม่สามารถบริหารจัดการกองทัพให้มีประสิทธิภาพได้เท่าที่ควรจะเป็น ทั้งๆที่เล่าปี่เองก็มีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม แต่เล่าปี่ก็ไม่สามารถนำพากองทัพทำการใหญ่ให้ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งต่างกับโจโฉ นั่นก็เพราะว่า ถึงแม้โจโฉจะเก่งมีสติปัญญาเป็นเลิศ และขึ้นชื่อว่า เป็นนักบริหารปกครองที่มีความสามารถมากคนหนึ่งในยุคสมัยนั้น แต่โจโฉก็ให้ความสำคัญกับคนเป็นอย่างมาก จะสังเกตุได้ว่า ข้างกายของโจโฉจะมีนักปราชญ์เก่งๆไว้เป็นที่ปรึกษาอยู่มากมาย โจโฉไม่ใส่ใจว่าปราชญ์เหล่านั้นจะมีฐานะเป็นอะไร ขอแค่มีความสามารถก็สามารถที่จะเข้ารับราชการรับใช้บ้านเมือง ได้ ซึ่งในความเป็นจริงยุคสมัยนั้นเป็นระบบศักดินา ไพร่หรือทาส ไม่มีสิทธิเข้ารับราชการได้เลย จะเห็นได้ว่าโจโฉให้ความสำคัญกับความสามารถของคนมาก เพราะโจโฉเห็นว่า แม้ตัวเขาเองจะเก่งสักเพียงใด แต่การที่มีปราชญ์ไว้คอยเป็นที่ปรึกษานั้น จะช่วยทำให้เขาได้ทราบข้อคิดเห็นและเหตุผลที่หลากหลายในการตัดสินใจ อีกทั้งยังคอยทัดทาน หากเห็นว่าความคิดเขานั้นดูไม่สมควร หรือคอยสนับสนุนเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ ซึ่งในจุดนี้เองที่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเล่าปี่ไม่สามารถเทียบกับโจโฉได้เลย จนในที่สุด เล่าปี่ได้ขงเบ้งมาเป็นที่ปรึกษา เป็นเสนาธิการกองทัพ หลังจากนั้นกองทัพของเล่าปี่ก็เข้มแข็งเกรียงไกร ทำการศึกครั้งใดก็ได้ชัยชนะกลับมา แม้ว่าขณะนั้นกองทัพของเล่าปี่จะมีกองกำลังทหารไม่กี่พันคน แต่ด้วยสติปัญญาของขงเบ้ง ทำให้เล่าปี่ชนะกองทัพของโจโฉซึ่งมีกำลังทหารถึง 1 ล้านคนลงได้อย่างราบคาบ สรุปได้ว่า ความคิดของเราที่คิดว่าดีแล้ว อาจมีความคิดคนอื่นที่ดีกว่าก็ได้
เมื่อได้ที่ปรึกษาแล้ว คราวนี้ก็เหมือนเสือติดปีก ที่พร้อมจะบินได้ทุกเมื่อ ในการพัฒนาคนนั้น เมื่อได้บุคลากรที่คัดเลือกมาแล้ว ก็ต้องมีการอบรมทางวิชาการเพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มศักยภาพความสามารถให้กับบุคลากร อาจจัดการอบรมสัมนา ไปดูงานที่ต่างโรงเรียน ต่างจัดหวัด หรือต่างประเทศ จัดการประเมินความสามารถอยู่เป็นระยะ ทั้งทางด้านวิชาการ และคุณธรรมจริยธรรมของบุคลากร รวมไปถึงการประเมินการสอนทุกๆสัปดาห์ หรือทุกๆเดือน
บรรยากาศภายในโรงเรียนก็มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของบุคลากร และการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นอย่างมาก การจัดตกแต่งอาคารสถานที่ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ บรรยากาศที่อบอุ่นเหมือนครอบครัวเป็นสิ่งที่ควรทำให้ได้เป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้บุคลากรและนักเรียนรู้สึกอบอุ่น สบายใจ เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ และมีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี ส่งผลให้บุคลากรทำงานและนักเรียนศึกษาเล่าเรียนอย่างมีความสุข
นักเรียนคือผลผลิตที่จะออกไปเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต เพราะฉนั้น นอกจากความรู้ความสามารถทางวิชาการที่ถ่ายทอดให้แก่นักเรียนแล้ว การอบรมบ่มนิสัยให้นักเรียนเป็นคนดีมีคุณธรรมก็เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก ในการเรียนการสอนก็จะมีการสอดแทรกคุณธรรมอยู่ในทุกๆรายวิชา และจะมีการประเมินคุณธรรมอยู่เป็นระยะๆ ในการสอบเลื่อนชั้นเรียน หากไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณธรรม ก็จะต้องเข้าร่วมกิจกรรม เข้าค่ายพิเศษ เพื่อละลายพฤติกรรมและพัฒนาตนเอง และนักเรียนปีสุดท้ายที่จะสำเร็จการศึกษา หากไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณธรรม ก็ไม่สามารถที่จะจบได้ แม้ว่าผลการเรียนจะได้เกียรตินิยมก็ตาม
การจัดการเรียนรู้ นวัตกรรมใหม่ๆ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ มาจัดการเรียนการสอนเพื่อให้บุคลากรและนักเรียนทันต่อโลกในยุคโลกาภิวัฒน์อยู่ตลอดเวลาเป็นสิ่งจำเป็น เทคโนโลยียังช่วยให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น และยังช่วยกระตุ้นให้บุคลากรหรือนักเรียน เกิดการตื่นตัวอยู่เสมอในการที่จะพัฒนาตนเอง ตัวผู้บริหารเองก็เช่นกัน ผู้บริหารที่ดีจะไม่อยุดนิ่ง ต้องค้นคว้า ไขว่คว้า ศึกษาเพิ่มเติมในทุกๆศาสตร์เท่าที่จะทำได้ ผู้บริหารต้องกว้างขวาง มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี รู้จักสังเกตุ มีความคิดสร้างสรรค์ พลิกแพลงสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ในการจัดการการศึกษา การบริหารในยุคสมัยใหม่ ไม่จำเป็นที่จะต้องยึดติดกับรูปแบบเดิมๆที่เคยทำมาในอดีต ความคิดสร้างสรรค์ การประยุกต์สิ่งใหม่ๆให้ทันต่อโลก มีส่วนสำคัญที่จะทำให้องค์กรพัฒนาไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด อีกทั้งยังทำให้รู้สึกถึงความแตกต่าง ท้าทาย ในการบริหารจัดการองค์กรให้ทันยุค ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ยึดติดกับรูปแบบเก่าๆ เดิมๆที่จำเจ
สรุป การทำให้โรงเรียนมีคุณภาพตามหลักวิชาการในทัศนของข้าพเจ้าดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่า ข้าพเจ้าจะเน้นที่คุณภาพของคนเป็นจุดสำคัญ คุณภาพที่ว่านี้คือ “คุณธรรม” ผู้ที่มีคุณธรรม จะมีจิตสำนึกในหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย มีความขยันหมั่นเพียร มีความกตัญญูกตเวที มีสติสัมปชัญญะ ซึ่งคุณธรรมจะคอยย้ำเตือนให้บุคคลนั้น พึงระรึกอยู่เสมอว่า ตนคือใคร มีหน้าที่อะไร ข้าพเจ้าเชื่อว่า หากทุกคนมีคุณธรรม จะทำให้ประเทศชาติสงบสุข และประเทศชาติจะพัฒนาเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนาๆประเทศได้อย่างภาคภูมิ
“บุคคลคุณภาพนั้น ใช่ว่าจะเป็นบุคคลที่เก่งกล้าสามารถทางวิชาการแต่เพียงอย่างเดียว แต่บุคคลคุณภาพ จะต้องมีคุณธรรมจริยธรรมที่สูงเสมอหรือมากกว่าความสามารถที่ตนมี จึงจะเรียกได้ว่า เป็นบุคคลที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง”
ครู อาจารย์ ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทุกคน มีหน้าที่อบรม สั่งสอน ตักเตือน ว่ากล่าว และคอยขัดเกลาจิตใจให้แก่นักเรียนที่จะก้าวไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ จิตสำนึก จรรยาบรรณ ความเสียสละ และความซื่อตรงในหน้าที่ของตนเองเป็นสิ่งสำคัญ อย่าให้คำว่าธุรกิจเข้ามาทำลายจิตสำนึกที่ดีของความเป็นครู ครูคือผู้ให้ไม่ใช่ผู้กอบโกย ครูไม่ใช่นักธุรกิจ นักเรียนซึ่งเป็นอนาคตของชาติจะเป็นคนดีมีคุณภาพได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับครู และผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทุกๆท่าน ว่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เยาวชนเหล่านั้นได้หรือไม่
“อย่าคาดหวังว่าเยาวชนจะเป็นอย่างที่ท่านต้องการ ถ้าหากว่าตัวท่านเองยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เยาวชนไม่ได้”
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)