ตามทัศนะของข้าพเจ้า ในการทำงานร่วมกับผู้อื่นให้เกิดประสิทธิภาพได้สูงสุดนั้น ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวผู้บริหารเอง กล่าวคือ ผู้บริหารจะต้องได้รับการยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชา การที่จะทำให้เป็นที่ยอมรับต่อผู้ใต้บังคับบัญชาได้นั้น ดังที่กล่าวไปแล้วในข้อที่ 1 คือ “ผู้บริหารต้องมีคุณธรรม” ปกครองคนด้วยระบบคุณธรรม
ผู้บริหารต้องมีความเที่ยงตรงยุติธรรม ไม่เอนเอียงเข้าข้างใคร ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก แต่การลงโทษไม่ควรเข้มงวดเด็ดขาดเสียทีเดียว ความยืดหยุ่นเป็นสิ่งสำคัญ หากทำผิดครั้งแรก หรือทำผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็ควรให้อภัย ว่ากล่าวตักเตือน หากจำเป็นต้องทำโทษ ก็ต้องสอบสวนหาสาเหตุแห่งการทำผิดนั้นด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสิน
ผู้บริหารต้องรักษาสัตย์วาจา การรักษาคำพูดเป็นข้อหนึ่งที่สำคัญมาก ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความเคารพนับถือจากผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างสูง ดั่งเช่น เมื่อตอนที่ขงเบ้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพสู้รบกับสุมาอี้ ในตอนนั้นเป็นช่วงที่กองทัพของขงเบ้งกำลังจะผลัดเวรสับเปลี่ยนกำลังพลกันพอดี และเป็นช่วงเดียวที่สุมาอี้กำลังจะนำกองทัพเข้ามาโจมตี แม้จะเป็นเวลาคับขัน แต่ขงเบ้งก็รักษาคำพูด ที่จะให้ทหารผลัดเปลี่ยนกำลังพลกลับบ้านเมืองทุกสามเดือน ทหารเห็นว่าข้าศึกกำลังจะบุกโจมตี แต่ผู้บัญชาการก็ยังเห็นความสำคัญของกำลังพลมากขนาดนี้ เหล่าทหารต่างซาบซึ้งและดีใจที่ผู้บังคับบัญชาเห็นความสำคัญของตน บ้านเมืองกำลังมีภัยแต่ผู้เป็นนายยังคงรักษาคำสัตย์ ส่งผลให้เหล่าทหารนั้นมีกำลังใจเข้มแข็ง และพร้อมออกไปสู้ตายถวายชีวิตให้แก่ผู้เป็นนาย ผลของการรบครั้งนั้น กองทัพของขงเบ้งมีชัยเหนือกองทัพสุมาอี้ที่มีกองกำลังทหารมากกว่าขงเบ้งหลายเท่า
ผู้บริหารต้องไม่ถือตัว และให้เกียรติให้ความสำคัญกับผู้ใต้บังคับบัญชาตามที่เห็นสมควร ดั่งเช่นเล่าปี่ เล่าปี่ผู้อ่อนน้อมถ่อมตนต่อชนทุกชั้น เล่าปี่เป็นผู้นำปกครองคนมากมาย และเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่เล่าปี่ก็ให้เกียรติและให้ความสำคัญต่อผู้ใต้บังคับบัญชา หรือบุคคลอื่นที่มีความสามารถและมีคุณธรรมอย่างเสมอต้นเสมอปลาย กระทั่งเล่าปี่ขึ้นเป็นกษัตริย์ เขาก็ยังให้เกียรติและอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้มีความสามารถเสมอ จากที่ไม่มีอะไรเลย จนได้กลายเป็นผู้ปกครองแคว้น ก็เพราะคุณธรรมของเขา ทำให้ราษฎรเคารพยกย่องและยอมรับให้เป็นกษัตริย์
ผู้บริหารต้องมีความจริงใจ มีความเมตตา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา คือเมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดปัญหา ผู้บริหารจะต้องไม่คิดว่าตนคือหัวหน้า แต่จะคิดว่าตนคือผู้ที่เกิดปัญหานั้น และถ้าเป็นเราเมื่ออยู่ในสภาพแบบนั้นแล้วเราจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร นี่คือการทำความเข้าใจสภาพ ปัญหาของผู้ใต้บังคับบัญชาในขั้นแรก เมื่อเข้าใจแล้ว จากนั้นจึงช่วยหาทางแก้ไข สิ่งที่กล่าวมานี้คือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา
“ข้าพเจ้าจะยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในช่วงเวลานี้เลยก็คือ การที่ชาวบ้านจากต่างจังหวัดชุมนุมกดดันรัฐบาล”
คนในเมืองใหญ่หลายคนมักจะคิดว่า มันจะมาชุมนุมกันทำไม ปิดถนนการจราจรติดขัดทำให้คนกรุงเทพฯเดือดร้อน แต่หากคิดอีกมุมหนึ่ง ที่เขามาก็เพราะว่าเขาเดือดร้อน เกษตรกร ชาวบ้านต่างจังหวัด มักถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนรวย คนมีอำนาจ และชาวบ้านส่วนใหญ่มีฐานะยากจน พอสมัยที่คุณทักษิณเป็นนายกฯ ชาวบ้านได้รับการช่วยเหลือ เกิดกลายเป็นบุญคุณ และชาวบ้านมีความหวังว่า หากคุณทักษิณได้เป็นนายกฯอีกครั้งจะสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ คนในเมืองส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีฐานะดี ถึงบางคนจะไม่รวยแต่อย่างน้อยก็ไม่ลำบากและถูกกดขี่เหมือนชาวบ้านต่างจังหวัด คนในเมืองจึงไม่ทราบหรอกว่า ความเป็นอยู่ของคนรากหญ้านั้นมันลำบากแค่ไหน ปัญหาแบบนี้ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ นั่นก็เพราะนักการเมืองเห็นแก่ตัว นโยบายที่ออกมา ความช่วยเหลือจากส่วนกลาง ไม่เคยได้ถึงชาวบ้านอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มีการคอรัปชั่น ฉ้อราษฎ์บังหลวง จึงทำให้เกิดปัญหาสะสมพอกพูนมาจนถึงปัจจุบัน ข้าพเจ้าเห็นว่าชาวบ้านเขาไม่ผิดที่เขามาชุมนุม แต่คนผิดคือนักการเมือง นักการเมืองที่ใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือทางการเมือง และที่ผิดอีกประการคือ ระบบการเมืองไม่โปร่งใส ไม่ว่าจะฝ่ายเหลืองหรือแดง จึงทำให้ประชาชนแต่ละฝ่ายต่างเกิดความสงสัยว่าเลือกปฏิบัติหรือเปล่า พอฝ่ายหนึ่งมาเป็นรัฐบาลอีกฝ่ายโดนเร่งดำเนินคดีทันที แต่พวกที่สนับสนุนที่เคยทำผิดกลับไม่ถูกดำเนินคดี แล้วแบบนี้มันจะไม่ทำให้เกิดเงื่อนไขได้อย่างไร ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่โปร่งใส ตัวข้าพเจ้าเองไม่ฝักฝ่ายฝ่ายใดอยู่แล้ว หากพฤติกรรมบ่งบอกว่าไร้ซึ่งคุณธรรม ข้าพเจ้าจะหมดความเคารพศรัทธาไปในทันที โดยเฉพาะพวกปากอย่างใจอย่าง บอกว่ารักชาติ ทำเพื่อชาติ ก็รู้ทั้งรู้ว่าประชาชนกำลังแตกแยก แล้วจะวิดีโอลิ้งค์มาทำไมไม่ทราบ คนรักชาติจริงเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก แล้วก็พวกแกนนำที่ปิดสนามบินคราวที่แล้วอีก บอกว่าจบเรื่องแล้วจะมอบตัว จนบัดนี้ยังไม่มีใครถูกดำเนินคดีสักคน ข้าพเจ้าไม่สนหรอกว่าใครจะฝ่ายไหน แต่หากกระทำความผิดต้องได้รับโทษเท่าเทียมกัน ไม่ใช่เลือกปฏิบัติเช่นนี้ แล้วแบบนี้ความยุติธรรมจะยังมีอีกหรือ คนผิดคือนักการเมืองที่เห็นแก่ตัว ทำให้ประชาชนแตกแยก
ถึงแม้ว่าคุณทักษิณจะเป็นคนแบบนั้น แต่ข้าพเจ้าก็ยอมรับว่าเขาเป็นคนที่ฉลาดและเก่งมากทีเดียว เป็นตัวอย่างที่ดีในการดึงมวลชน เขาเก่งมากที่สามารถทำให้ชาวบ้านระดับรากหญ้า มีความเชื่อถือ เคารพศรัทธาในตัวเขาได้ ซึ่งคนกลุ่มนี้ถือได้ว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ดังที่เราเห็นกันอยู่ว่า ถึงเขาจะทำผิดอะไรก็ตาม แต่ชาวบ้านก็ยังคงรัก เชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเขาเสมอ ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไปแล้วว่า ในการบริหารการซื้อใจคนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชายอมรับนับถือในตัวเราและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อองค์กรด้วยความซื่อสัตย์ จงรักภักดีจนกว่าชีวิตจะหาไม่
สรุป การบริหารเป็นการทำงานกับคน ความพึงพอใจของคนเป็นสิ่งสำคัญ ขวัญและกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อผู้ใต้บังคับบัญชา คนไม่ใช่เครื่องจักร คนมีเลือดเนื้อมีชีวิตจิตใจ การบริหารจะมุ่งเน้นแต่ผลผลิตและผลกำไรแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ ความศรัทธา ความซื่อสัตย์ จงรักภักดีจากใจจริงของผู้ใต้บังคับบัญชาคือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรพัฒนาเจริญก้าวหน้าสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนด
ทฤษฎีที่ใช้ในการบริหารไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่จะเข้ามาเผชิญกับองค์กรของเรา ประสบการณ์ ไหวพริบ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ผู้บริหารที่ดีควรมีคุณสมบัติเหล่านี้อยู่ในตัว ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆไปได้ด้วยดี ทฤษฎีหลักที่ควรจะนำไปใช้คือ ทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงพฤติกรรม ทฤษฎีนี้เป็นทฤษฎีที่พัฒนามาจาก ทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงวิทยาศาสตร์ และ ทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงมนุษยสัมพันธ์ ซึ่งทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงวิทยาศาสตร์ จะมุ่งเน้นไปที่งานเป็นสำคัญ ส่วนทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงมนุษยสัมพันธ์ จะมุ่งเน้นไปที่คนเป็นสำคัญ แต่ทฤษฎีบริหารองค์การเชิงพฤติกรรม จะเป็นการพัฒนาที่รวมเอาทฤษฎีทั้งสองนี้มารวมเข้าด้วยกัน ซึ่งตามทัศนะของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ทฤษฎีการบริหารองค์การเชิงพฤติกรรมน่าจะดีที่สุด เพราะเป็นทฤษฎีที่เป็นเหตุเป็นผล และไม่มุ่งเน้นการบริหารไปที่ด้านใดด้านหนึ่ง การทำงานร่วมกับคนจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับคนเทียบเท่าหรือมากกว่าผลงาน ด้วยเหตุผลที่ว่า องค์กรจะดำเนินการสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคนเป็นสำคัญ.
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น